Satya

สัตยะ หนึ่งในห้าของ ยมะ ว่าที่แขนงแรกสุดแห่งอัษฏางคโยคะนั้น ชาวไทยทุกคนที่ภาษาของเรามีสันสกฤตเป็นรากย่อมเข้าใจได้ทันทีว่าแปลว่า ความสัตย์

ใช่ค่ะ โยคะของท่านปตัญชลีนั้น บอกว่าโยคีต้องตั้งมั่นอยู่ในความสัตย์ โดยที่ต้องไม่ขัดแย้งกับ อหิงสา หรือการไม่เบียดเบียน อันเป็นข้อแรกสุดของยมะ นั่นคือ ความจริงที่กล่าวนั้นต้องไม่ทำร้ายผู้อื่นอีกด้วย และเป็นที่เชื่อกันด้วยว่า ผู้ใดที่มีแต่ความสัตย์นั้น ไม่ว่าสิ่งใดที่กล่าวออกมาก็จะกลายเป็นจริงในที่สุด  

หากเริ่มมาคิดดังที่กล่าวข้างต้นนี้ดูแล้วก็คงจะเริ่มเห็นแล้วว่า สัตยะนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะปฏิบัติได้ตลอดเวลา ต้องอาศัยความตื่นรู้อย่างสูงก่อนที่จะไม่พลั้งปากพูดอะไรที่ไม่จริงออกไป เช่น การโกหกเพื่อให้ผู้ฟังสบายใจขึ้น หรือการรับปากในสิ่งที่ทำไม่ได้ หรือไม่แน่ใจว่าจะทำได้

จากการฉันที่ได้คลุกคลีอยู่กับเพื่อนๆ ที่เป็นผู้ฝึกโยคะมาระยะหนึ่ง รวมถึงการที่ได้รับโอกาสดูแลการจ้างครูสอนอัษฏางคโยคะที่ สุขโข สปา แห่งจังหวัดภูเก็ตนั้น ทำให้ได้มีโอกาสติดต่อผู้คนมากมาย ทั้งที่เคยรู้จักมาก่อน หรือเพียงคนที่ไม่เคยพบ หากแต่ได้ติดต่อกันทางอีเมล์เท่านั้น ฉันก็พบว่าสัตยะนั้นคงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ฝึกโยคะทุกคน (เหมือนที่คุรุชีเคยสอนไว้นั่นเอง) เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เขียนอีเมล์ หรือรับปากมาอย่างหนึ่ง แล้วไม่นานก็กลับบอกมาอีกอย่าง แบบชนิดที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว (จนตอนนี้เริ่มชินเสียแล้วค่ะ) แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ท้ายที่สุด เจตนารมณ์ที่ดีก็จะพาให้ได้พบกับคนที่รักษาคำพูดของตนอยู่เสมอ 

นี่ไมใช่หมายความว่าทุกคนจะไม่มีโอกาสทำผิดหรือเผลอ หากแต่โยคะสอนให้เราพัฒนาความตื่นรู้ เพื่อจะได้ตามรู้ในสิ่งที่อาจทำไปโดยไม่ทันรู้ตัว เพื่อที่โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดเช่นนั้นน้อยลงในอนาคตค่ะ

Leave a Reply