Inspiration

กลับมาจากมัยซอร์ มาตอบคำถามจากนักเรียนว่า ครูอุ้มได้เรียนอะไรมาจากที่นู่นบ้างคะ?” ถ้าเป็นในแง่อาสนะ ก็คงต้องตอบว่าระยะเวลาเพียงเดือนเดียวนั้นสั้นมากๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงร่างกาย หรือข้อจำกัดต่างๆ ที่เคยมีอยู่ ดังที่คุรุชีและศารัถพร่ำสอนไม่ขาดปากว่า การฝึกฝนนี้ต้องอาศัยเวลานานนนนน ฉันเองยังเชื่อด้วยว่าสำหรับคนจำนวนไม่น้อย ต้องอาศัยเวลามากกว่าหนึ่งชั่วอายุขัยด้วยซ้ำ (หมายความว่าต้องไปฝึกกันต่อในภพชาติต่อไปไงคะ)

แต่ก็เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่บทเรียนแห่งโยคะนั้น ไม่ใช่แค่การฝึกอาสนะไปในแต่ละเช้าของวัน  คำสอนของศารัถใน Conference ทุกๆ บ่ายวันอาทิตย์ ยังเน้นย้ำไม่ให้ลืมหัวใจแห่งการฝึก ซึ่งเป็นคำสอนเดิมๆ ที่เลือนไปจากความทรงจำบ้าง สำหรับนักเรียนอย่างฉันที่ไม่มีโอกาสกลับมาเรียนที่นี่ร่วมปีเศษ ตั้งแต่การฝึกอย่างถูกต้อง และตริสถานัม หรือจุดมุ่งความสนใจทั้วสามแห่ง อันประกอบไปด้วย ลมหายใจ อาสนะ และจุดมอง ซึ่งหากฝึกฝนอย่างถูกต้องแล้ว ร่างกายของผู้ฝึกก็จะแข็งแรง (ศารัถเน้นว่าเป็นความแข็งแกร่งจากภายใน มิใช่การเพิ่มกล้ามเนื้อมัดโตๆ) และยังมีจิตใจที่ปลอดโปร่งอีกด้วย (ซึ่งย่อมเริ่มมาจากการมีแต่ความคิดที่ดีๆ ค่ะ) ศารัถไม่ลืมสอนให้เรามีศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อสิ่งที่เราฝึกนี้ด้วยค่ะ

นอกจากนั้น สิ่งที่เห็นได้ชัดในการไปเรียนครั้งนี้ก็คือ การให้ความสำคัญต่อการทำประโยชน์เพื่อสังคมหรือผู้ด้อยโอกาสโดยไม่หวังผลตอบแทน (หรือเรียกได้ว่าเป็น กรรมโยคะ) ศารัถ สอนว่า หากนักเรียนคนใดมีพลังงานหรือเวลาเหลือเฟือ ก็ให้ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น (แทนที่จะมัวแต่สนใจแต่ประโยชน์ต่อตัวเอง) ดังเช่นที่เขาเป็นตัวอย่างในการจัดการประมูลของส่วนตัว รวมไปถึงของของคุรุชี เพื่อนำเงินบริจาคเข้ามูลนิธของคุรุชี ซึ่งแม้จะพ้นวันเกิดท่านไปแล้ว (วันนั้นวันเดียวได้เงินบริจาครวมทั้งสิ้นกว่า 170,000 รูปี) การประมูลออนไลน์ที่ www.kpjtrust.org ก็ยังจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาทั่วโลกได้ร่วมกันทำกุศลค่ะ นับเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ศารัถได้ริเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง เพราะเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนอีกหลายคนรวมทั้งตัวฉัน ให้ดำเนินรอยตามเมื่อมีโอกาสค่ะ

แล้วเมื่อถึงวันนั้น ก็หวังว่าจะได้กำลังศรัทธาจากผู้อ่านทุกคนด้วยนะคะ!

Leave a Reply