Archive for January, 2009

The (Ultimate) Guru

Wednesday, January 28th, 2009

The (Ultimate) Guru?

เมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว เพื่อนของฉันได้ทำภาพยนตร์เกี่ยวกับคุรุชีที่มีชื่อว่า ?The Guru? โดยการถ่ายทำเกิดขึ้นที่มัยซอร์ช่วงวันเกิดครบรอบ 90 ปี ของท่าน ที่มีนักเรียนมาชุมนุมเพื่ออวยพรวันเกิดอย่างมากมาย ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มีคำที่คุรุชีให้สัมภาษณ์อย่างน่าประทับใจว่า ท่านเองไม่เคยตั้งตนเองเป็นคุรุ มีแต่นักเรียนของท่านเท่านั้นที่เรียกท่านเป็นคุรุ ตัวท่านเองก็ยังเป็นนักเรียนเช่นเดียวกัน

โยคะยังสอนต่อไปอีกว่า คุรุอันสูงสุดอยู่ภายในตัวเราทุกคน ครูโยคะทุกท่าน ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ก็เป็นเพียงผู้ชี้นำทางให้กับผู้ฝึกเท่านั้น พัฒนาการใดๆ ย่อมเกิดจากความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นภายในของผู้ฝึกเอง ความตระหนักรู้ที่เกิดขึ้นนี้นอกจากจะเอื้อต่อพัฒนาการด้านร่างกายในการฝึกอาสนะแล้ว ยังเป็นราวกับแสงสว่างนำทางชีวิตในทุกๆ ด้านอีกด้วย นั่นคือ ผู้ฝึกไม่เพียงแต่ฝึกโยคะด้วยการทำอาสนะต่างๆ บนเสื่อเท่านั้น หากแต่ดำรงชีวิตอย่างโยคะ อันหมายรวมถึงทุกๆ ด้านของการดำรงชีวิต อันมีกาย จิต และวิญญาณเป็นส่วนประกอบ? ?
คุรุชีมักเน้นย้ำกับนักเรียนเสมอถึงความสำคัญในการศึกษาด้านปรัชญาแห่งโยคะ และท่านยังกล่าวอีกว่าการฝึกอาสนะเพียงอย่างเดียวนั้นอาจทำให้เกิดอันตรายได้หากมันเบี่ยงเบนไปจากหัวใจอันสำคัญแห่งโยคะ ซึ่งมุ่งเน้นที่ความตระหนักรู้?

จริงอยู่ที่การฝึกอาสนะเป็นสิ่งจำเป็นและให้ประโยชน์ต่อทั้งร่างกายและจิตใจ (และฉันก็เป็นคนหนึ่งที่รักการฝึกอาสนะด้วยเช่นกัน!)แต่การฝึกอย่างหักโหมเกินไปหรือขาดสติจนทำให้บาดเจ็บ หรือเพียงเพื่อมุ่งหวังอยากจะไปถึงท่าใดท่าหนึ่งนั้นไม่ใช่โยคะ และไม่ใช่โยคะอีกเช่นกันหากการฝึกของคุณกลับทำให้ตัวเองหรือผู้คนรอบข้างต้องเดือดร้อนแต่การมีสติตื่นรู้ในการดำรงชีวิตอย่างสมดุล บวกกับความรักและเมตตาทั้งต่อผู้คนและธรรมชาติแวดล้อมต่างหากที่ถือได้ว่าเป็นโยคะค่ะ?????

Embrace Changes

Monday, January 19th, 2009

Embrace Changes?

ผ่านปีใหม่ไปได้เพียงแค่ไม่กี่วัน ชีวิตฉันก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง และแม้ฉันจะรู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ปกติที่สุดในชีวิต เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่เที่ยง แต่บางครั้งการทำใจกับเรื่องบางเรื่องก็ไม่ง่ายนัก เนื่องด้วยเราทุกคนต่างเชื่อมโยงกันอยู่ในโลกใบนี้ (โดยเฉพาะโลกโยคะใบเล็กๆ!) การกระทำของผู้หนึ่ง ย่อมส่งผลกระทบถึงชีวิตอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้?

หลายปีของการฝึกโยคะได้สอนฉันอย่างมากมายเกี่ยวกับการเปิดกว้าง และยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิต เพียงการฝึกอัษฏางคโยคะทุกๆ เช้า ด้วยชุดท่าที่เหมือนๆ เดิม ฉันได้พบกับส่วนผสมของร่างกายและจิตใจที่ไม่เคยซ้ำกันเลยในแต่ละวัน นั่นเพราะชีวิตเราอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยเหมือนกันเลย (แม้กระทั่งโลกใบนี้ในวันนี้ก็อยู่คนละที่กับเมื่อวานแล้ว!) ดังนั้น การฝึกจึงเปรียบเสมือนของขวัญชิ้นใหม่ที่มอบให้กับตัวเองในทุกๆ เช้า และยังทำให้เข้าใจถึงสัจธรรมข้างต้นได้ด้วยประสบการณ์ ซึ่งเป็นการเรียนูที่ได้ผลที่สุดอีกด้วย

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเช่นที่มันเป็นอยู่ (as it is) ใจเราต่างหากที่ตีความว่าเป็นสิ่งที่ดี (ดีใจ) หรือสิ่งที่ไม่ดี (เสียใจ) แน่นอนว่าการยินดีกับสิ่งที่ดีที่ชอบเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เมื่ออยู่ในสภาวะที่เราไม่ชอบ ก็ควรต้องพิจารณาดูว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้หรือไม่ และหากแน่ใจแล้วว่าไม่มีทางใดที่จะสามารถเปลี่ยนสภาพที่กำลังเผชิญอยู่ได้ การยอมรับอย่างเต็มที่และปราศจากซึ่งการต่อต้านใดๆ ย่อมทำให้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขค่ะ
???

Our birthright treasure

Tuesday, January 6th, 2009

ยังไม่ได้คิดจะเปลี่ยนธีม จากโยคะไปเป็นการผจญภัยหาขุมทรัพย์ที่ไหนหรอกนะคะ เพราะขุมทรัพย์ที่ว่านี้ไม่ต้องไปตามหาที่ไหน หากแต่เป็นสมบัติที่เราทุกคนมีอยู่ในตัวอยู่แล้วมาตั้งแต่เกิด?ฉันกำลังพูดถึง Infinite Possibilities หรือความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์เราไงคะ ลองนึกย้อนเวลากลับไปสักยี่สิบปีที่แล้ว สมัยที่ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรืออินเตอร์เน็ตใช้ ในวันนั้น เราคงนึกไม่ถึงว่าสิ่งเหล่านี้จะมาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไรใช่มั๊ยคะ???

หากเป็นในแง่ของการฝึกโยคาสนะ ฉันในฐานะที่เป็นครูก็มักจะมองเห็นความเป็นไปได้เช่นนี้ในตัวนักเรียนทุกคน เพียงแต่อาศัยจิตใจที่มุ่งมั่น หมั่นฝึกฝนอย่างถูกต้อง ผูู้ฝึกก็มักจะค่อยๆ ได้เรียนรู้ความจริงข้อนี้เอง ที่น่าเสียดายคือ ผู้ฝึกส่วนใหญ่มักตั้งขีดจำกัดของตัวเองขึ้นมา และหมั่นย้ำคิดจนกระทั่งทำให้กลายเป็นความเชื่อเช่นนั้น แล้วเมื่อเราปักใจเชื่อว่าเราทำไม่ได้ เราก็ย่อมต้องทำไม่ได้แน่นอน?สาเหตุหนึ่งเกิดจากความคิดที่ว่า ?ฉันไม่ดีพอ? ซึ่งซ่อนอยู่ในใจของคนจำนวนมาก ฉันเองที่ไม่ต่างจากวัยรุ่นหลายๆ คนที่เริ่มเกิดมีความคิดเช่นนี้ในสมัยก่อน แม้จะจำไม่ได้ว่านานแค่ไหน แต่จำได้ว่า เมื่อฝึกโยคะไปสักระยะหนึ่ง ได้สังเกตเห็นพัฒนาการ รวมถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง และที่พิเศษที่สุดคือ ความสุขที่ได้รับหลังจากฝึกโยคะทุกครั้ง แล้วความคิดด้านลบเช่นนั้นก็หายไปโดยสิ้นเชิง กลับกลายเป็นการยอมรับและรักตัวเองอย่างที่เป็นจริงๆ ?ได้เรียนรู้ความจริงข้อนี้เอง ที่น่าเสียดายคือ ผู้ฝึกส่วนใหญ่มักตั้งขีดจำกัดของตัวเองขึ้นมา และหมั่นย้ำคิดจนกระทั่งทำให้กลายเป็นความเชื่อเช่นนั้น แล้วเมื่อเราปักใจเชื่อว่าเราทำไม่ได้ เราก็ย่อมต้องทำไม่ได้แน่นอน???

สาเหตุหนึ่งเกิดจากความคิดที่ว่า ?ฉันไม่ดีพอ? ซึ่งซ่อนอยู่ในใจของคนจำนวนมาก ฉันเองที่ไม่ต่างจากวัยรุ่นหลายๆ คนที่เริ่มเกิดมีความคิดเช่นนี้ในสมัยก่อน แม้จะจำไม่ได้ว่านานแค่ไหน แต่จำได้ว่า เมื่อฝึกโยคะไปสักระยะหนึ่ง ได้สังเกตเห็นพัฒนาการ รวมถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง และที่พิเศษที่สุดคือ ความสุขที่ได้รับหลังจากฝึกโยคะทุกครั้ง แล้วความคิดด้านลบเช่นนั้นก็หายไปโดยสิ้นเชิง กลับกลายเป็นการยอมรับและรักตัวเองอย่างที่เป็นจริงๆ????

ปีใหม่นี้ ลองมาบอกกับตัวเองทุกๆ วันนะคะ ว่า ?I am GOOD enough!??? ??