Expectation
Monday, August 18th, 2008เมื่อหลายปีก่อนในคลาสสันสกฤตที่มัยซอร์ ก่อนจบคลาส ครูลักษมิศผู้มีอารมณ์ขันอยู่เสมอถามนักเรียนว่า “คนแบบไหนที่มีความสุขที่สุด?” นักเรียนก็เดากันไปต่างๆ นานา จนครูเฉลยในที่สุดว่า “คนที่ไม่มีความคาดหวังไงล่ะ”
คำพูดนี้ทำให้ฉันคิดไปถึงความคาดหวังต่างๆ ที่มักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่นนักเรียนที่มัยซอร์ส่วนใหญ่ก็มาพร้อมกับความคาดหวัง(อันมหาศาล!) ด้วยความมีชื่อเสียงของคุรุชีและศารัถ บวกกับค่าเล่าเรียนที่ไม่ใช่ถูกๆ นี่ยังไม่นับค่าเครื่องบินอีก ซึ่งก็หลายตังค์อยู่ พอมาถึงสองสามอาทิตย์แรก กลับรู้สึกราวกับฝึกด้วยตัวเอง ถ้าไม่มีอาสนะไหนที่ติดขัดหรือทำไม่ถูก ก็อาจไม่ได้เรียนอาสนะใหม่ๆ เลย (บางคนอาจหยุดที่บางอาสนะ หรือต้องคืนอาสนะที่เคยได้ฝึกบางส่วนให้ครูไปด้วยซ้ำ) ความคาดหวังเช่นนี้คงทำให้หมดความสุขไปไม่น้อยทีเดียว
หรือในคลาสโยคะทั่วไป นักเรียนอาจตั้งความหวังว่า ฉันจะต้องทำท่านั้นท่านี้ให้ได้เมื่อเวลาผ่านไปเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งอันที่จริงแล้ว โยคะไม่เคยสอนให้นักเรียนกำหนดกะเกณฑ์เช่นนั้น ในทางตรงกันข้าม กลับสอนให้เราเรียนรู้ถึงการยอมรับความเป็นจริง และสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ หรือพูดอีกอย่างก็คือ การมัวแต่คาดหวังถึงสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นนั้น พาให้เราออกไปจาก “ปัจจุบัน” นั่นเอง
แต่นี่ไม่ใช่การบอกว่าการตั้งเป้าหมายในชีวิตเป็นสิ่งผิดหรือไม่ดีนะคะ เป็นสิ่งดีที่เรารู้ถึงความต้องการของตัวเรา แต่ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงที่ว่า หากเราทำปัจจุบันขณะนี้ให้ดีที่สุด ผลที่ตามมาย่อมต้องเป็นผลที่ดีที่สุด ดังเช่นการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในดิน หากเราดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยอย่างดีที่สุดในวันนี้ เราก็จะเห็นต้นไม้ที่เจริญงอกงามที่สุดในวันหน้า