Archive for May, 2008

Teacher, please!

Thursday, May 22nd, 2008


สิ่งสำคัญในการเรียนโยคะ นั้นคือเรียนกับครูผู้มีความรู้ เพื่อที่จะรู้วิธีที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่คุรุชีเน้นกับนักเรียนเสมอๆ ท่านยังสอนด้วยว่า ควรเรียนกับครูเพียงคนเดียว เพราะยิ่งมีครูมากคน ก็ยิ่งทำให้นักเรียนสับสนจนในที่สุดก็ไม่สามารถที่จะก้าวหน้าได้

ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำสอนของท่าน และยังรู้สึกขอบคุณครูอัษฏางคโยคะคนแรกของฉัน Fiona Stang (www.ashtangayogavancouver.com) จนถึงทุกวันนี้ ที่เฝ้าอดทนสอนยัยผมดำคนเดียวในห้องมัยซอร์ ตั้งแต่ยังจำอาสนะต่างๆ ยังไม่ได้ (แถมทำผิดๆ อีกต่างหาก) ฉันมักเป็นนักเรียนคนสุดท้ายในห้อง (ที่แวนคูเวอร์) เสมอ ด้วยว่าอาจจะเป็นนักเรียนที่ใหม่กว่าคนอื่น ก็เลยใช้เวลาฝึกยาวนานกว่าเพื่อน Fiona เป็นครูที่ให้พื้นฐานที่ถูกต้องในการฝึกอาสนะของฉัน ที่เหมือนกับเป็นรากฐานสำคัญที่เป็นหัวใจในการฝึกทุกๆ อาสนะของอัษฏางคะเลยก็ว่าได้

ด้วยลักษณะของการฝึกแบบมัยซอร์นี้เอง ที่ฉันกับครูได้พบกันอาทิตย์ละหกวัน เราแทบไม่ได้พูดกันมากนัก แต่ก็สื่อสารผ่านการสัมผัส Adjustment ที่ครูช่วยเหลือนักเรียนในท่าที่ติดขัด ทำให้เกิดเป็นความผูกพันใกล้ชิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แม้นักเรียนคนอื่นๆ ในห้องที่ไม่เคยพูดกันเลยนั้น ประสบการณ์จากการฝึกเงียบๆ ร่วมกัน ก็ทำให้ฉันก็รู้สึกราวกับเขาเป็นเพื่อนไปโดยปริยาย วันไหนคนไหนไม่มา เราจะจำได้โดยอัตโนมัติ

ความผูกพันนี้นำมาซึ่งความเคารพและไว้ใจในตัวครูอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ก็อาจกลายเป็นอุปสรรคได้ หากทำให้นักเรียนไม่สามารถฝึกได้เองโดยปราศจากครู เพราะสุดท้ายแล้ว โยคะก็ไม่ขึ้นอยู่กับครู การฝึกต่างหากที่เป็นบทเรียนของเรา ครูเป็นเพียงผู้ช่วยเหลือให้เราค้นพบสิ่งที่มีอยู่อยู่แล้วภายในตัวเรา เป็นผู้ชี้แนะให้เราเดินไปในทางที่ถูก เป็นเหมือนแสงสว่างที่นำทาง เพียงตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ก้าวเดินไป

ฉันเองก็เกือบกลายเป็นนักเรียนที่ติดครู หากไม่ต้องย้ายถิ่นฐานกลับมาประเทศไทยเสียก่อน อย่างน้อยก็รู้สึกคิดถึง Adjustment อยู่หลายคราในช่วงแรกๆ ที่ต้องฝึกด้วยตัวเอง แต่การที่สภาพแวดล้อมบังคับให้ต้องฝึกเองเช่นนั้น (เมื่อหลายปีก่อนไม่มีครูสอนมัยซอร์ในกรุงเทพฯ เลย) ก็ทำให้ได้เข้าใจโยคะมากขึ้น มาถึงวันนี้ ฉันเพียงขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้ฝึก และเรียนรู้โยคะในชาติภพนี้ (อีกครั้ง)

Non-attachment

Monday, May 12th, 2008

ขออภัยที่ไม่ได้เขียนบล็อกมาได้กว่าสองอาทิตย์แล้ว สาเหตุหลักเป็นเพราะฉันเสียใจกับข่าวของเพื่อนรักที่เป็นทั้งนักเรียนของฉันด้วย ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ก้อนเนื้อร้ายนั้นได้ถูกตัดทิ้งไปแล้ว และต้องตามด้วยเคมีบำบัดอีกระยะหนึ่ง ทำให้ต้องพักรักษาตัวไปอีกหลายเดือน แล้วต่อด้วยการที่นักเรียนคนสนิทของฉันอีกคนหนึ่ง ได้ย้ายบ้านไปอยู่ไกลถึงยุโรปโน่น?

ทั้งสองคนที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ฉันได้พบเกือบทุกเช้า แม้บางวันฉันอาจจะยุ่งมากจนไม่ได้แม้แต่จะได้พูดคุยทักทายกัน แต่ความผูกพันในห้องมัยซอร์ที่โรงเรียนนั้น ราวกับได้หยั่งลึกลงไปในหัวใจของเราทุกคน ที่นี่อาจเปรียบเป็นครอบครัวใหญ่ๆ มีอายุ อาชีพ และประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็มารวมกันฝึกที่ห้องนี้ทุกๆ เช้า ด้วยใจที่รักอัษฏางคโยคะ? (แม้บางวันอาจจะมีความเมื่อยบวกง่วงบวกขี้เกียจปนมานิดๆ อย่างฉันเมื่อเช้านี้ก็ได้ :))??

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ฉันต้องย้อนกลับมาดูตัวเองในยามนี้ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเราจะยังคงได้พบกันอีกแน่ๆ? แต่ก็ยังอดใจหาย กับการที่จะไม่ได้เห็นคนคุ้นเคยกันดังเช่นที่ผ่านมา โยคะสอนให้เราไม่ยึดติด (non-attachment) กับสิ่งใดๆ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จีรัง (ยกเว้น พรหมัน หรือพระผู้สูงสุด) แถมการยึดมั่นถือมั่นเช่นนั้น ยังเป็นพันธนาการหน่วงเหนี่ยวเราไว้อีกด้วย?

ว่าแล้ว ในตอนนี้ ฉันเองก็คงได้แต่ส่งความรู้สึกที่ดีๆ จากใจ และเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนรักทั้งสองคนนี้
May our paths cross again soon!