Archive for March 4th, 2008

Off the Mat

Tuesday, March 4th, 2008


ฉันก็คงเหมือนคนอีกหลายคนที่เริ่มฝึกโยคะโดยที่ไม่รู้เลยว่า โยคะนั้นเป็นศาสตร์อันล้ำลึกยิ่งกว่าแค่การดัดตน หรือการยืดเส้นยืดสายบนเสื่อโยคะผืนเล็กๆ

เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนที่ฉันสมัครเรียนโยคะครั้งแรก ฉันเพียงแค่รู้สึกอยากยืดเส้นสายที่รู้สึกแข็งเกร็งมากๆ จากการที่ฉันออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และเต้นแอโรบิกอย่างหนักเป็นประจำ ก็ด้วยแรงกระแทกที่เกิดจากกิจวัตรดังกล่าวนี่แหละ ที่ทำให้ฉันรู้สึกปวดเมื่อยอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะพยายามยืดหรือไปนวดอย่างไรก็ไม่หาย

แต่เมื่อได้เรียนและฝึกอาสนะอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ  สิ่งที่ดูภายนอกหมือนเป็นแค่การบิดยืดตัว กลับนำพาให้ฉันได้เดินบนเส้นทางนี้โดยมิได้คาดหวังหรือรู้จักมาก่อน เหมือนที่ ศรี ศารัถ หลานชายของคุรุชีพูดไว้ว่า การฝึกอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ จะพาผู้ที่ฝึกด้วยความจริงใจเข้าสู่ปรัชญาแห่งโยคะและได้เรียนรู้ถึงพระเจ้า

ถึงแม้มิได้มีโอกาสหรือเวลาที่จะศึกษาปรัชญาโยคะ อย่างน้อยที่สุด สิ่งผู้ฝึกจะได้รับจากการฝึกก็คือสติ โดยเฉพาะนักเรียนที่เรียนโยคะแบบ มัยซอร์ ด้วยว่านักเรียนจะฝึกด้วยตัวเอง นับลมหายใจเอง อย่างน้อยก็ต้องคอยมีสติจดจำว่าหายใจไปแล้วกี่ครั้ง เมื่อครู่ทำท่าอะไรไป และต้องทำท่าอะไรต่อไป (ไม่งั้นคงฝึกกันไม่จบซักที!) แม้อาจจะไม่ได้เข้มข้นเท่ากับการนั่งสมาธินิ่งๆ แต่อย่างน้อยก็สามารถยืดความมีสตินี้ให้คงอยู่กับเราได้บ้างในชีวิตประจำวันของเรา ทำให้การมีชีวิตอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น

นอกจากนี้ การอยู่กับตัวเองจากการทำอาสนะ ยังทำให้เราได้รู้จักตัวเราขึ้นอีกมากๆ เลยค่ะ เริ่มจากได้รู้จักร่างกายภายนอกของเรา แล้วก็ค่อยๆ ได้รู้จักจิตใจที่ไม่ค่อยจะอยู่กับที่ของเรา โยคะจึงเป็นศาสตร์ที่ทำให้เราได้ค้นพบตัวตนอันแท้จริงของเรา (True Self) ไงคะ

อาทิตย์หน้าคงไม่ได้มาเขียน blog นี้เพราะฉันจะไปนั่งวิปัสสนาเป็นเวลา 10 วัน แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะ